new generation lifestyle

Fast Food VS Junk Food

Fast Food VS Junk Food

วิถีชีวิตที่ต้องอยู่กับความรวดเร็ว ทำงานแข่งกับเวลา จนทำให้พฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนไป ไม่สามารถที่จะประกอบอาหารรับประทานเองได้ทุกมื้อ  อาหารจานด่วนหรือฟาสต์ฟู้ดจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะที่อาหารจานด่วนแบบตะวันตกกลายเป็นแฟชั่นที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย แต่สื่อกลับนำเสนอเรื่องราวของอาหารจานด่วนว่าเป็นอาหารทำลายสุขภาพเสียมากกว่า ซึ่งในความเป็นจริงแล้วหากรู้จักเลือกทานอาหารฟาสต์ฟู้ดก็จะทำให้ได้คุณค่าทางโภชนาการไม่ยาก  ก่อนอื่นต้องมาทำความรู้จักกับฟาสต์ฟู้ดและจั๊งค์ฟู้ดกันเสียก่อน ว่ามีความเหมือนกันหรือแตกต่างกันอย่างไร

ฟาสต์ฟู้ด (Fast food) แค่ชื่อก็รู้แล้วว่าเป็นอาหารที่รวดเร็ว สั่งปุ๊บได้ปั๊บ ไม่ต้องรอนาน เพราะเป็นอาหารทำง่าย ขั้นตอนการทำน้อย โดยส่วนใหญ่มักมีการจัดเตรียมวัตถุดิบไว้ก่อนแล้ว หรือปรุงสำเร็จไว้รอลูกค้าสั่งก็พร้อมเสิร์ฟทันที อาจจะมีประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการครบ หรือไม่ครบบ้างแตกต่างกันไป ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอาหารจำพวกพิซซ่า ไก่ทอด แฮมเบอร์เกอร์ ฮอทดอก เป็นต้น

ฟาสต์ฟู้ดถือกำเนิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่การคมนาคมเป็นไปอย่างสะดวกมากขึ้น รถยนต์ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย และเป็นครั้งแรกที่มีการบริการอาหารแบบ drive-in เมื่อบริษัทอาหารในประเทศสหรัฐอเมริกาเริ่มให้บริการแฮมเบอเกอร์ ชนิดเสิร์ฟเร็วและมีราคาถูกมาก จึงทำให้อาหารฟาสต์ฟู้ดเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นยังเป็นสิ่งแปลกใหม่ในการบริการอาหารในสมัยนั้น จึงเป็นส่วนเสริมอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้อาหารฟาสต์ฟู้ดแพร่หลายได้อย่างรวดเร็ว

อาหารไทยบางประเภทก็จัดอยู่ในกลุ่มอาหารจานด่วนด้วยเหมือนกัน เช่น ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว อาหารตามสั่ง ขนมจีน สุกี้ เป็นต้น ซึ่งอาหารดังกล่าวล้วนมีกรรมวิธีในการปรุงที่รวดเร็วและพร้อมทานได้เลยอีกทั้งยังมีอาหารสำเร็จรูปแช่แข็งตามร้านสะดวกซื้อ ซึ่งตอบสนองความต้องการของคนยุคใหม่ได้มากกว่า เพียงอุ่นด้วยไมโครเวฟเท่านั้น ความสะดวกสบายในการรับประทานอาหารเหล่านี้ ทำให้ฟาสต์ฟู้ดกลายเป็นอาหารประเภทหนึ่งที่นิยมมาก โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงานที่มีเวลาไม่มาก

จั๊งค์ฟู้ด (Junk Food) อาจถือได้ว่าเป็นส่วนย่อยของ Fast Food เลยก็ว่าได้ ถ้าแปลตรงตัวตามภาษาไทยเราเรียกว่า ‘อาหารขยะ’ คือ อาหารที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการเท่าที่ควร (Non-Nutritional Value) มักมีไขมัน น้ำตาล แป้งเป็นส่วนใหญ่ จึงให้พลังงานสูงแต่ไม่ให้สารอาหารที่มีประโยชน์แก่ร่างกาย บางชนิดยังมีเกลือ สารกันบูด ซึ่งมีโซเดียมในปริมาณมาก อาจก่อให้เกิดโทษกับร่างกาย การกินอาหารประเภทนี้บ่อย ๆ จะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคไต โดยส่วนประกอบหลักในอาหารประเภทนี้ประกอบไปด้วย ไขมันอิ่มตัว (Saturated Fats), เกลือ (Salt;Sodium), น้ำตาล (Sugar) และคาร์โบไฮเดรต (Carbohydrate)

ตามประวัติแล้ว คำว่า จังก์ฟู้ด ใช้เรียกอาหารที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการตั้งแต่ปี 1972 เพื่อเรียกร้องความสนใจจากสังคมว่า อาหารเหล่านี้นอกจากจะไม่มีประโยชน์ทางโภชนาการแล้ว บางชนิดยังทำให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เกิดโทษทางสุขภาพได้อีกด้วย

ลักษณะเด่นของจังก์ฟู้ดส่วนใหญ่มักมีรูปลักษณ์ที่น่ารับประทาน สีสันและบรรจุภัณฑ์สวยงาม มีราคาถูก พกพาและกินได้สะดวกในทุกที่ เก็บได้นาน โดยไม่ต้องแช่เย็น ทำให้สะดวกต่อการเก็บและการจัดจำหน่าย ส่วนใหญ่ราคาไม่แพงมาก เป็นที่นิยมในผู้บริโภคทุกช่วงวัย และทุกเศรษฐานะ ตัวอย่างจังก์ฟู้ด (Junk Food) เช่น น้ำหวาน ชา กาแฟ ขนมหวาน ลูกอม มันฝรั่งทอด และน้ำอัดลมสีต่าง ๆ เป็นต้น

อย่างไรก็ตามไม่ว่า Fast Food กับ Junk Food จะมีความแตกต่างกันมากน้อยเพียงใดก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสมและตรง  ต่อความต้องการของร่างกาย โดยเลือกอาหารที่ดีมีประโยชน์ในปริมาณที่เมาะสม มีความหลากหลายครบ 5 หมู่ ให้สมดุลกับความต้องการของร่างกายอย่างแท้จริง ทั้งนี้ก็เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเราเอง

 

 

เรื่องโดย  :   ณัฐนรี       ดำรงเลาหพันธ์